ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอกลยุทธ์ 4P ของ Cowboy Market โดยแต่ละกลยุทธ์ที่เสนอจะต้องอ้างอิงผลงานวิจัยที่ Sec ของท่านได้ศึกษามา + ผลงานวิจัยข้างล่างนี้ด้วย พิมพ์ส่งทาง E-Mail (Save File ชื่อ Cowboy กลุ่มที่ Sec 2) ภายในวันนี้ (13 ส.ค. 2552) ไม่เกินเวลา 16.00 น.
ผลงานวิจัย : พฤติกรรมของผู้ซื้อสินค้าที่ Cowboy Market
ข้อมลส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้กรอกแบบสอบถาม
จากการที่ได้ศึกษาผู้กรอกแบบสอบถามจำนวน 450 คน คิดเป็นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
1.เพศ
เพศหญิง จำนวน 290 คน ร้อยละ 64.4
เพศชาย จำนวน 160 คน ร้อยละ 35.6
2.อายุ
อายุ ต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 231 คน ร้อยละ 51.3
อายุ 21 – 30 ปีจำนวน 188 คน ร้อยละ 41.8
อายุ 31 – 40 ปี จำนวน 22 คน ร้อยละ 4.9
อายุ 41 – 50 ปี จำนวน 6 คน ร้อยละ 1.3
อายุ 51 ปี ขึ้นไป จำนวน 3 คน ร้อยละ 0.7
3.การศึกษา
ระดับการศึกษาประถมศึกษาจำนวน 4 คน ร้อยละ 0.9
มัธยมศึกษา/ป.ว.ช จำนวน 34 คน ร้อยละ 7.6
อนุปริญญา/ป.ว.ส.จำนวน 19 คน ร้อยละ 4.2
ปริญญาตรีจำนวน 384 คน ร้อยละ 85.3
สูงกว่าปริญญาตรีจำนวน 9 คน ร้อยละ 2
4.อาชีพ
อาชีพของผู้มาซื้อสินค้า เจ้าของกิจการ จำนวน 4 คน ร้อยละ 0.9
ผู้จัดการหรือผู้บริหาร จำนวน 2 ค น ร้อยละ 0.4
ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 9 คน ร้อยละ 2
พนักงานบริษัท จำนวน 23 คน ร้อยละ 5.1
นักเรียน/นักศึกษา จำนวน 403 คน ร้อยละ 89.6
อื่นๆ จำนวน 9 คน ร้อยละ 2
5.รายได้เฉลี่ยต่อเดือน
มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า5000บาท จำนวน 269 คน ร้อยละ 59.8
ต่ำกว่า 5001-10000 บาท จำนวน163 คน ร้อยละ 36.2
ต่ำกว่า 10001-20000บาท จำนวน 14 คนร้อยละ 3.1
20001บาทขึ้นไป จำนวน 4 คน ร้อยละ 0.9
ข้อมูลส่วนที่2 พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้กรอกแบบสอบถาม
1.ท่านซื้อสินค้าที่ cowboy market ประเภทใดมากที่สุด
อาหาร/เครื่องดื่ม จำนวน 285 คน ร้อยละ 63.33
เสื้อผ้า/เครื่องแต่งกาย จำนวน 130 คน ร้อยละ 28.89
สินค้ากิ๊ฟช้อป/ของตกแต่งห้อง จำนวน 30 คน ร้อยละ 6.67
อื่นๆ จำนวน 5 คน ร้อยละ 1.11
2.เหตุผลที่ท่านตัดสินใจซื้อสินค้าที่cowboy market
ราคาเหมาะสม จำนวน 132 คน ร้อยละ 29.33
ใกล้ที่พัก จำนวน 140 คน ร้อยละ 31.12
สะดวก หาที่ซื้อง่าย จำนวน 132 คน ร้อยละ 29.33
คุณภาพของสินค้าอละสินค้ามีความหลากหลาย จำนวน 40 คน ร้อยละ 8.89
อื่นๆ จำนวน 6 คน ร้อยละ 1.33
3.ใครเป็นผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อสินค้า
ตนเอง จำนวน 251 คน ร้อยละ 55.8
เพื่อน จำนวน 166 คน ร้อยละ 36.8
คู่สมรส จำนวน 4 คน ร้อยละ 0.8
ร่วมกันตัดสินใจ จำนวน 28 คน ร้อยละ 6.2
อื่นๆ จำนวน 2 คน ร้อยละ 0.4
4.ความถี่ในการซื้อสินค้าแต่ละครั้ง
ทุกสัปดาห์ จำนวน 223 คน ร้อยละ 49.56
2-3 สัปดาห์ จำนวน 111 คน ร้อยละ 24.67
ทุก 1เดือน จำนวน 73 คน ร้อยละ 16.21
ทุก 1-2เดือน จำนวน 22 คน ร้อยละ 4.89
3เดือนขึ้นไป จำนวน 21 คน ร้อยละ 4.67
5.ค่าใช้จ่ายในการซื้อเฉลี่ย / ครั้ง
ต่ำกว่า 1000บาท จำนวน 136 คน ร้อยละ 30.22
101-200บาท จำนวน 211 คน ร้อยละ 46.89
201-300บาท จำนวน 43 คน ร้อยละ 9.56
301-5000บาท จำนวน 45 คน ร้อยละ 10
501 ขึ้นไป จำนวน 15 คน ร้อยละ 3.33
6.คุณมักจะซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากที่ไหน
ตลาดวโรวส จำนวน 64 คน ร้อยละ 14.22
ตาดนัดสันทราย จำนวน 47 คน ร้อยละ 10.44
ตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 122 คน ร้อยละ 27.11
ตลาดนัดรมโชค จำนวน 147 คน ร้อยละ 32.67
ตลาดรินคำ จำนวน 49 คน ร้อยละ 10.89
อื่นๆ จำนวน 21 คน ร้อยละ 4.67
7.สินค้าที่คุณซื้อไปเป็นผู้ใช้เองหรือไม่
ใช่ จำนวน 394 คน ร้อยละ 87.56
ไม่ใช่ จำนวน 56 คน ร้อยละ 12.44
8.คุณเดินทางมาซื้อสินค้าที่coeboy market อย่างไร
เดิน จำนวน 133 คน ร้อยละ 29.55
จักรยาน จำนวน 31 คน ร้อยละ 6.89
จักรยานยนต์ จำนวน 273 คน ร้อยละ 60.67
รถยนต์ จำนวน 13 คน ร้อยละ 2.89
ข้อเสนอแนะ
- ดีพอใช้สะดวกในการซื้อ
- ไม่เคยมาเลย
- สินค้ามีราคาแพง
- พื้นที่แคบของน้อย ควรเพิ่มพื้นที่เยอะๆ
- สินค้าเยอะ แออัด
- ไม่มีที่จอดรถ
- ฝนตกน้ำขังพื้น
- สินค้าควรมีหลากหลายมากขึ้น
_ ทางเดินน้อยเกินไป
วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552
งานเฉพาะกลุ่มเรียนวันอังคาร Sec 4 เวลา 13.00-17.00 น.
ให้ทำดังนี้
1.ให้ทุกกลุ่มช่วยกันสรุปผลการวิจัยของทั้งห้อง(งานห้อง) พิมพ์ส่งทาง E-Mail (Save File ชื่อ Cowboy Sec 4)ภายในวันนี้ (11 ส.ค. 2552) ไม่เกินเวลา 15.00 น.
2.ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอกลยุทธ์ 4P ของ Cowboy Market โดยแต่ละกลยุทธ์ที่เสนอจะต้องอ้างอิงผลงานวิจัยข้อ 1 ประกอบด้วย (งานกลุ่ม) พิมพ์ส่งทาง E-Mail (Save File ชื่อ Cowboy กลุ่มที่ Sec 4) ภายในวันนี้ (11 ส.ค. 2552) ไม่เกินเวลา 18.00 น.
1.ให้ทุกกลุ่มช่วยกันสรุปผลการวิจัยของทั้งห้อง(งานห้อง) พิมพ์ส่งทาง E-Mail (Save File ชื่อ Cowboy Sec 4)ภายในวันนี้ (11 ส.ค. 2552) ไม่เกินเวลา 15.00 น.
2.ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอกลยุทธ์ 4P ของ Cowboy Market โดยแต่ละกลยุทธ์ที่เสนอจะต้องอ้างอิงผลงานวิจัยข้อ 1 ประกอบด้วย (งานกลุ่ม) พิมพ์ส่งทาง E-Mail (Save File ชื่อ Cowboy กลุ่มที่ Sec 4) ภายในวันนี้ (11 ส.ค. 2552) ไม่เกินเวลา 18.00 น.
12 สิงหาคม วันแม่ปีนี้ ท่านบอกรักแม่ด้วยวิธีไหน?
หลากหลายอารมณ์ หลากหลายความรู้สึก หลากหลายวิธีการ สำหรับการบอกคำว่า "รัก" ให้กับคนคนคนหนึ่งที่เราเรียกว่า "แม่"
แล้วท่านหล่ะบอกรักแม่ด้วยวิธีไหน
แล้วท่านหล่ะบอกรักแม่ด้วยวิธีไหน
งานเฉพาะกลุ่มเรียนวันอังคาร Sec 3 เวลา 09.00-12.00 น.
ให้แต่ละกลุ่ม ใช้ข้อมูลผลการวิจัยที่ได้ศึกษามา รวมทั้งผลการวิจัยของ Sec 4 ตามข้างล่างนี้ จัดทำกลยุทธ์ของ Cowboy Market ที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด
ผลวิจัยของ Sec 4 : การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อการใช้บริการตลาดคาวบอยมาร์เก็ต
ข้อมลส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้กรอกแบบสอบถาม
จากการที่ได้ศึกษาผู้กรอกแบบสอบถาม มีเพศหญิง จำนวนร้อยละ 68 เพศชายจำนวนร้อยละ 32 โดยมีระดับการศึกษาแยกเป็นระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 78 จบการศึกษา ร้อยละ 14 และ อยู่ในระดับมัธยมปลาย ร้อยละ 8 โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ นักศึกษา ร้อยละ 82 อาชีพ อื่นๆ ร้อยละ 12 รับราชการ ร้อยละ 4 และธุรกิจ ส่วนตัว ร้อยละ 2ซึ่งมีรายได้อยู่ระหว่าง น้อยกว่า 3000 บาท คิดเป็นร้อยละ 40 รายได้ระหว่าง 3000-5000 บาท คิดเป็นร้อยละ 28 รายได้ระหว่าง 5001-10000 บาท คิดเป็นร้อยละ 18 รายได้อื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 10 และ มากกว่า 10000 บาท คิดเป็นร้อยละ 4
ข้อมูลส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร เกี่ยวกับการใช้บริการตลาดคาวบอยมาร์เก็ต
- จากการสอบถามส่วนใหญ่รู้จักตลาดคาวบอยมาร์เก็ต จากที่เพื่อนแนะนำ คิดเป็นร้อยละ 74
จากแหล่งอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 12 หนังสือพิมพ์แม่โจ้ คันทรีนิวส์ คิดเป็นร้อยละ 10 และจากวิทยุ FM 95.50 คิดแป็นร้อยละ 2 และเวปไซต์ คิดเป็นร้อยละ 2
- ความถี่ในการมาใช้บริการตลาดนักคาวบอยมาร์เก็ต ต่อเดือน จำนวน 1-2 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 44 จำนวน 3-4 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 40 จำนวน 5-6 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อย
ละ 8 และจำนวน 7-8 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 8
-สินค้าและบริการที่ผู้บริโภค เลือกใช้บริการ
สินค้าประเภทอาหาร คิดเป็นร้อยละ 94 สินค้าประเภท เสื้อผ้า คิดเป็นร้อยละ 4 และสินค้าประเภท เครื่องประดับคิดเป็นร้อยละ 2 ในส่วนของบริการ ใช้บริการในการซื้อตั๋ว คิดเป็นร้อยละ 62 ใช้บริการส่วนของการเช่าหนังสือ คิดเป็นร้อยละ 32 และใช้บริการส่วนอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 4 และใช้บริการนวด ฝ่าเท้า คิดเป็นร้อยละ 2
-เวลาที่ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าและบริการตลาดนัดคาวบอยมาร์เก็ตมาใช้บริการในเวลา 17.01-19.00 น คิดเป็นร้อยละ 78 มาใช้บริการในเวลา 19.01-21.00 น คิดเป็นร้อยละ 20 และเวลา 15.00-17.00 น คิดเป็นร้อยละ 2
-ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการในแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายจำนวน 101-300 บาท คิดเป็นร้อยละ 64 ค่าใช้จ่ายจำนวน น้อยกว่า 100 บาท คิดเป็นร้อยละ 30 ค่าใช้จ่ายจำนวนมากกว่า 500 บาท คิดเป็นร้อยละ 4 ไม่มีค่าใช้จ่าย คิดเป็นร้อยละ 2
-ช่องทางในการเดินทางมาซื้อสินค้า และ บริการ ที่ตลดนัดคาวบอยมาร์เก็ต เดินทางโดย รถจักยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 60 โดยการเดิน คิดเป็นร้อยล 26 โดยรถจักยาน คิดเป็นร้อยละ 10 และรถยนต์ คิดเป็นร้อยละ
ข้อมูลส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
จากการที่ผู้บริโภคให้ข้อเสนอแนะมาต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มขิ้นในวันจันทร์ และขยายเนื้อที่ในการขายให้กว้างพร้อมกับปรับปรุงทางสัญจรให้สะดวกมากขึ้น และมีการจัดการจราจรให้เป็นระเบียบมีที่จดรถที่เพียงพอ
ผลวิจัยของ Sec 4 : การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อการใช้บริการตลาดคาวบอยมาร์เก็ต
ข้อมลส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้กรอกแบบสอบถาม
จากการที่ได้ศึกษาผู้กรอกแบบสอบถาม มีเพศหญิง จำนวนร้อยละ 68 เพศชายจำนวนร้อยละ 32 โดยมีระดับการศึกษาแยกเป็นระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 78 จบการศึกษา ร้อยละ 14 และ อยู่ในระดับมัธยมปลาย ร้อยละ 8 โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ นักศึกษา ร้อยละ 82 อาชีพ อื่นๆ ร้อยละ 12 รับราชการ ร้อยละ 4 และธุรกิจ ส่วนตัว ร้อยละ 2ซึ่งมีรายได้อยู่ระหว่าง น้อยกว่า 3000 บาท คิดเป็นร้อยละ 40 รายได้ระหว่าง 3000-5000 บาท คิดเป็นร้อยละ 28 รายได้ระหว่าง 5001-10000 บาท คิดเป็นร้อยละ 18 รายได้อื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 10 และ มากกว่า 10000 บาท คิดเป็นร้อยละ 4
ข้อมูลส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร เกี่ยวกับการใช้บริการตลาดคาวบอยมาร์เก็ต
- จากการสอบถามส่วนใหญ่รู้จักตลาดคาวบอยมาร์เก็ต จากที่เพื่อนแนะนำ คิดเป็นร้อยละ 74
จากแหล่งอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 12 หนังสือพิมพ์แม่โจ้ คันทรีนิวส์ คิดเป็นร้อยละ 10 และจากวิทยุ FM 95.50 คิดแป็นร้อยละ 2 และเวปไซต์ คิดเป็นร้อยละ 2
- ความถี่ในการมาใช้บริการตลาดนักคาวบอยมาร์เก็ต ต่อเดือน จำนวน 1-2 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 44 จำนวน 3-4 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 40 จำนวน 5-6 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อย
ละ 8 และจำนวน 7-8 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 8
-สินค้าและบริการที่ผู้บริโภค เลือกใช้บริการ
สินค้าประเภทอาหาร คิดเป็นร้อยละ 94 สินค้าประเภท เสื้อผ้า คิดเป็นร้อยละ 4 และสินค้าประเภท เครื่องประดับคิดเป็นร้อยละ 2 ในส่วนของบริการ ใช้บริการในการซื้อตั๋ว คิดเป็นร้อยละ 62 ใช้บริการส่วนของการเช่าหนังสือ คิดเป็นร้อยละ 32 และใช้บริการส่วนอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 4 และใช้บริการนวด ฝ่าเท้า คิดเป็นร้อยละ 2
-เวลาที่ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าและบริการตลาดนัดคาวบอยมาร์เก็ตมาใช้บริการในเวลา 17.01-19.00 น คิดเป็นร้อยละ 78 มาใช้บริการในเวลา 19.01-21.00 น คิดเป็นร้อยละ 20 และเวลา 15.00-17.00 น คิดเป็นร้อยละ 2
-ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการในแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายจำนวน 101-300 บาท คิดเป็นร้อยละ 64 ค่าใช้จ่ายจำนวน น้อยกว่า 100 บาท คิดเป็นร้อยละ 30 ค่าใช้จ่ายจำนวนมากกว่า 500 บาท คิดเป็นร้อยละ 4 ไม่มีค่าใช้จ่าย คิดเป็นร้อยละ 2
-ช่องทางในการเดินทางมาซื้อสินค้า และ บริการ ที่ตลดนัดคาวบอยมาร์เก็ต เดินทางโดย รถจักยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 60 โดยการเดิน คิดเป็นร้อยล 26 โดยรถจักยาน คิดเป็นร้อยละ 10 และรถยนต์ คิดเป็นร้อยละ
ข้อมูลส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
จากการที่ผู้บริโภคให้ข้อเสนอแนะมาต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มขิ้นในวันจันทร์ และขยายเนื้อที่ในการขายให้กว้างพร้อมกับปรับปรุงทางสัญจรให้สะดวกมากขึ้น และมีการจัดการจราจรให้เป็นระเบียบมีที่จดรถที่เพียงพอ
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
อยากให้นักศึกษาทุกคนได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง อยากให้รู้จัก เธอคนนี้เป็นใคร...?
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ถึงเวลา..หันมาดูแลช้างไทยกันอย่างจริงจังหรือยัง?
รถควํ่าทรมาน 2ด.หมดลมหายใจแล้ว
“พังกำไล” ช้างวัยสาวที่ประสบอุบัติเหตุเจ็บหนัก จนเป็นข่าวใหญ่ มีผู้ยื่นมือช่วยเหลือจำนวนมาก แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นมากนัก สิ้นลมล้มลง ขณะทีมแพทย์กำลังช่วยทำความสะอาดบาดแผล เกิดอาการชัก ดิ้น สำรอกอาหาร หัวใจหยุดเต้น แม้จะพยายามปั๊มหัวใจช่วย แต่ร่างกายไม่อำนวย ตายลงท่ามกลางบรรยายกาศสุดเศร้า ควาญขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยมาตลอด
จากกรณีช้าง “พังกำไล” อายุ 10 ปี 6 เดือน ประสบอุบัติเหตุรถที่ใช้บรรทุกจาก จ.สุรินทร์ กำลังพาไปผสมพันธุ์ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เบรกแตกไถลพุ่งชนเขาใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บขาหน้าหักทั้งสองข้าง ตามลำตัวมีรอยถลอกหลายแห่ง ได้รับความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ นำตัวไปรักษา ซึ่งเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทราบข่าวทรงห่วงใย พระราชทานคณะสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังเดินทางมาดูแลพังกำไลอย่างต่อเนื่อง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเหตุการณ์สะเทือนใจคนรักช้างก็เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ค. ที่สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ (รพ.ช้าง) จ.สุรินทร์ ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท กม.ที่ 17-18 สถานที่รักษาพังกำไล คณะสัตวแพทย์ได้ช่วยกันใช้เครื่องมือยกตัวพังกำไลขึ้น เพื่อทำการตรวจสุขภาพและทำความสะอาดบาดแผลเหมือนเช่นทุกวัน กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงเศษ พังกำไลเกิดอาการชัก ดิ้น ตาลอย ซ้ำยังสำรอกอาหารที่กินไปเมื่อคืนออกมา มีอาการหมดเรี่ยวหมดแรง คอตก หัวใจหยุดเต้น ทางทีมสัตวแพทย์ จึงรีบผ่อนเชือกจากท่ายืนลงอยู่ในท่านอน จากนั้นช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ครู่ใหญ่ แต่กลับไม่ดีขึ้น ในที่สุดช้างสาวก็สิ้นใจตายเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นและผู้ที่เดินทางเข้าไปเยี่ยมช้างในสถาบันอย่างมาก
นสพ.มาโนชญ์ ยินดี สัตวแพทย์ผู้ดูแล เผยว่า อาการของพังกำไลไม่ดีมาหลายวันแล้ว ช่วงเกิดเหตุทางทีมงานก็พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของพังกำไลไว้ได้ ต่อมานายวิเชียร ชวลิต ผวจ.สุรินทร์ ทราบข่าวรีบเดินทางมาตรวจสอบ กล่าวว่า ทางจังหวัดจะให้ทาง อบจ. นำรถเครนมายกซากพังกำไล จากนั้นจะบรรทุกใส่รถ 10 ล้อ นำไปส่งที่ จ.สุรินทร์ สำหรับการช่วยเหลือควาญช้างจะมีการหารือกันภายหลัง ด้านนายสมศักดิ์ ศาลางาม อายุ 30 ปี เจ้าของพังกำไล เผยด้วยความโศกเศร้าว่า ไม่คิดว่าพังกำไลจะมาล้มลงเร็วแบบนี้ เมื่อเช้ายังมีอาการตอบสนองดีอยู่ รู้สึกเสียใจมาก เพราะผูกพันกันมานาน อยากขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด สำหรับซากพังกำไลจะนำไปประกอบพิธี กรรมทางศาสนาที่วัดป่าอาเจียง หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ แล้วฝังที่วัดทันที
“พังกำไล” ช้างวัยสาวที่ประสบอุบัติเหตุเจ็บหนัก จนเป็นข่าวใหญ่ มีผู้ยื่นมือช่วยเหลือจำนวนมาก แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นมากนัก สิ้นลมล้มลง ขณะทีมแพทย์กำลังช่วยทำความสะอาดบาดแผล เกิดอาการชัก ดิ้น สำรอกอาหาร หัวใจหยุดเต้น แม้จะพยายามปั๊มหัวใจช่วย แต่ร่างกายไม่อำนวย ตายลงท่ามกลางบรรยายกาศสุดเศร้า ควาญขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยมาตลอด
จากกรณีช้าง “พังกำไล” อายุ 10 ปี 6 เดือน ประสบอุบัติเหตุรถที่ใช้บรรทุกจาก จ.สุรินทร์ กำลังพาไปผสมพันธุ์ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เบรกแตกไถลพุ่งชนเขาใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บขาหน้าหักทั้งสองข้าง ตามลำตัวมีรอยถลอกหลายแห่ง ได้รับความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ นำตัวไปรักษา ซึ่งเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทราบข่าวทรงห่วงใย พระราชทานคณะสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังเดินทางมาดูแลพังกำไลอย่างต่อเนื่อง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเหตุการณ์สะเทือนใจคนรักช้างก็เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ค. ที่สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ (รพ.ช้าง) จ.สุรินทร์ ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท กม.ที่ 17-18 สถานที่รักษาพังกำไล คณะสัตวแพทย์ได้ช่วยกันใช้เครื่องมือยกตัวพังกำไลขึ้น เพื่อทำการตรวจสุขภาพและทำความสะอาดบาดแผลเหมือนเช่นทุกวัน กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงเศษ พังกำไลเกิดอาการชัก ดิ้น ตาลอย ซ้ำยังสำรอกอาหารที่กินไปเมื่อคืนออกมา มีอาการหมดเรี่ยวหมดแรง คอตก หัวใจหยุดเต้น ทางทีมสัตวแพทย์ จึงรีบผ่อนเชือกจากท่ายืนลงอยู่ในท่านอน จากนั้นช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ครู่ใหญ่ แต่กลับไม่ดีขึ้น ในที่สุดช้างสาวก็สิ้นใจตายเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นและผู้ที่เดินทางเข้าไปเยี่ยมช้างในสถาบันอย่างมาก
นสพ.มาโนชญ์ ยินดี สัตวแพทย์ผู้ดูแล เผยว่า อาการของพังกำไลไม่ดีมาหลายวันแล้ว ช่วงเกิดเหตุทางทีมงานก็พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของพังกำไลไว้ได้ ต่อมานายวิเชียร ชวลิต ผวจ.สุรินทร์ ทราบข่าวรีบเดินทางมาตรวจสอบ กล่าวว่า ทางจังหวัดจะให้ทาง อบจ. นำรถเครนมายกซากพังกำไล จากนั้นจะบรรทุกใส่รถ 10 ล้อ นำไปส่งที่ จ.สุรินทร์ สำหรับการช่วยเหลือควาญช้างจะมีการหารือกันภายหลัง ด้านนายสมศักดิ์ ศาลางาม อายุ 30 ปี เจ้าของพังกำไล เผยด้วยความโศกเศร้าว่า ไม่คิดว่าพังกำไลจะมาล้มลงเร็วแบบนี้ เมื่อเช้ายังมีอาการตอบสนองดีอยู่ รู้สึกเสียใจมาก เพราะผูกพันกันมานาน อยากขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด สำหรับซากพังกำไลจะนำไปประกอบพิธี กรรมทางศาสนาที่วัดป่าอาเจียง หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ แล้วฝังที่วัดทันที
วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
การใช้ภาษาไทยของคนไทย ถึงขั้น "วิกฤต'' ....?
เผยผลสำรวจปัญหาการใช้ภาษาไทยของคน ไทยพบว่าอยู่ในขั้นวิกฤต “เขียนผิด พูดผิด จับใจความผิด ฟังผิด อ่านผิด” ชี้กลุ่มวัยรุ่น ดารา นักแสดง นักร้อง นักการเมือง และสื่อมวลชน ต้นตอให้เกิดปัญหาการใช้ภาษาไทยเพี้ยน
นายนพดล กรรณิกา หัวหน้าศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า 29 ก.ค. เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ศูนย์วิจัยฯ จึงได้ทำวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง “ความรู้ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับวันภาษาไทยแห่งชาติ และปัญหาในการใช้ภาษาไทย : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” จำนวน 2,452 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 18-23 ก.ค.2551 ผลการสำรวจพบประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.1 ไม่ทราบว่าวันภาษาไทยแห่งชาติตรงกับวันใด มีเพียงร้อยละ 9.9 ที่ทราบและตอบถูกว่า วันภาษาไทยแห่งชาติตรงกับวันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี
ครั้นถามว่าภาษาไทยมีพยัญชนะกี่ตัว พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.5 ทราบ และตอบได้ถูกต้องว่ามี 44 ตัว ในขณะที่ร้อยละ 21.5 ระบุไม่ทราบ ถามว่าภาษาไทยมีสระทั้งหมดกี่รูป พบว่าร้อยละ 86.7 ไม่ทราบ มีเพียงร้อยละ 13.3 เท่านั้นที่ระบุทราบและตอบว่ามี 21 รูป ขณะที่ร้อยละ 73.7 ไม่ทราบว่าภาษาไทยมีวรรณยุกต์กี่รูป มีเพียงร้อยละ 26.3 เท่านั้นที่รู้ว่ามี 4 รูป 5 เสียง นอกจากนี้ เมื่อถามถึงปัญหาการใช้ภาษาไทยที่ผู้ถูกศึกษามักจะประสบด้วยตนเอง พบว่า ร้อยละ 54.5 ระบุ เขียนผิด รองลงมาคือร้อยละ 27.2 ระบุ พูดผิด ร้อยละ 27.2 เท่ากันระบุ จับใจความ เข้าใจผิด ร้อยละ 20.2 ระบุ ฟังผิด และร้อยละ 19.1 ระบุ อ่านผิด ตามลำดับ
ทั้งนี้ กลุ่มบุคคลที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหาในการใช้ภาษาไทย ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ระบุกลุ่มวัยรุ่น รองลงมาคือร้อยละ 48.5 ระบุกลุ่มดารา นักแสดง ร้อยละ 34.6 ระบุกลุ่มนักร้อง ร้อยละ 31.8 ระบุกลุ่มนักการเมือง และร้อยละ 19.6 ระบุสื่อมวลชน เมื่อถามถึงรายการโทรทัศน์ที่ช่วยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างดีในสายตา ประชาชนที่ถูกศึกษาครั้งนี้ ร้อยละ 60.7 ระบุเป็นรายการคุณพระช่วย รองลงมาคือร้อยละ 18.3 ระบุเป็นรายการกระจกหกด้าน ร้อยละ 8.3 ระบุรายการชิงช้าสวรรค์
การแก้ไขปัญหาภาษาไทยเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูการใช้ภาษาไทยในช่วงนี้ พบว่า ร้อยละ 89.8 ต้องเร่งแก้ไข ขณะที่ร้อยละ 10.2 ไม่ต้องเร่งแก้ไข และร้อยละ 23 ระบุควรมีรายการโทรทัศน์ที่ส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้มากขึ้น ร้อยละ 19 ระบุสอนวิชาภาษาไทยให้มากขึ้น ร้อยละ 18.4 ระบุอนุรักษ์การพูด การอ่านแบบไทยๆ ร้อยละ 15.6 ระบุจัดประกวดการใช้ภาษาไทย แข่งขันคัดลายมือ แข่งขันแต่งกลอน ร้อยละ 15 ระบุส่งเสริมการอ่าน การพูดภาษาไทยในสถาบันการศึกษา และร้อยละ 8.8 ระบุจัดการแข่งขันอ่านร้อยแก้ว ร้อยกรองระดับประเทศ ตามลำดับ
โดย ผู้จัดการออนไลน์
โดย ผู้จัดการออนไลน์
ในฐานะที่ท่านเป็นคนรุ่นใหม่ ท่านคิดอย่างไรกับ "การใช้ภาษาไทย" ในขณะนี้?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





